พระนครคีรี

การจัดแสดง


บทคัดย่อ

|
92 ครั้ง
|
blog_2
     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ถวายพระราชสมัญญานาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒  เรื่อง “เริ่มต้นที่ล้นเกล้าฯ พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช” นำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระเกียรติคุณ โดยประกอบด้วย ๓ ส่วนสำคัญดังนี้

     ส่วนที่ ๑ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ กับสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๓๔๗ พระนามเดิมว่า เจ้าฟ้ามงกุฎ ครั้งยังทรงพระเยาว์ทรงรับการศึกษาอักขรสมัยตามประเพณีของราชกุมารทั้งหลายในสมัยนั้น ก่อนที่จะทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และทรงศึกษาสรรพวิชาทั้งทางโลก และทางธรรมอย่างแตกฉาน ตลอดระยะเวลา ๒๗ ปี และเสด็จขึ้นครองราชสมบัติในพุทธศักราช ๒๓๙๔ ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นเวลา ๑๘ ปี จึงเสด็จสวรรคตในวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๑๑

     ส่วนที่ ๒ เริ่มต้นที่ล้นเกล้า นำเสนอเรื่องว่าด้วยพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดระยะเวลา ๑๘ ปีแห่งรัชสมัย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ทั้งในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม เช่น การเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศตะวันตกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้การขยายตัวในทางเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนขนบธรรมเนียมบางอย่าง เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย การให้เสรีภาพในทางด้านต่าง ๆ แก่ราษฎร  และการริเริ่มวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาในสยามประเทศ พระราชกรณียเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งซึ่ง “เริ่มต้น” ในรัชสมัยของ “ล้นเกล้าฯ” พระองค์นี้

     ส่วนที่ ๓ พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช  นำเสนอพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังพระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ได้รับการสานต่อ และก่อเกิดเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในสมัยต่อมา พระเกียรติคุณของพระองค์ยังได้รับการยกย่องตลอดมา เช่นการบำเพ็ยพระราชกุศลอุทิศถวายในวาระสำคัญต่าง ๆ ตลอดจน การสร้างสิ่งอนุสรณ์ เช่นสิ่งของ และสถานที่  เป็นต้น และทรงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก กระทั่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถวายพระราชสัมญญานามว่า “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช” อันมีความหมายลึกซึ้งถึงพระราชกรณียกิจในการรักษาชาติบ้านเมือง และทรงไว้ซึ่งสรรพวิทยาทั้งทางโลกและทางธรรม