พระนครคีรี

คลังความรู้


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับการเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี

|
1149 ครั้ง
|
blog_2

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงโปรดเมืองเพชรบุรีเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเมืองเพชรบุรีมีความสภาพภูมิอากาศที่ดีและภูมิทัศน์ที่สวยงาม ประกอบกับเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ มีภูมิศาสตร์ที่หลากหลายทั้งป่าเขา แม่น้ำและชายหาด ตลอดจนทรัพยากรในท้องถิ่นมากมาย โดยเห็นได้จากการเสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองเพชรบุรีอยู่บ่อยครั้ง พร้อมทั้งยังได้สร้างพระราชนิเวศน์เป็นที่ประทับส่วนพระองค์คือ พระนครคีรี หรือ เขาวัง รวมทั้งยังโปรดให้มีการปฏิสังขรณ์วัดต่างๆในเมืองเพชรบุรี สร้างพระเจดีย์ตามเขาและประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ตามถ้ำ เช่น การบูรณปฏิสังขรณ์วัดมหาสมณาราม, การสร้างเจดีย์บนยอดเขาพนมขวด และ การประดิษฐานพระพุทธรูปในถ้ำเขาหลวงพร้อมทั้งโปรดให้สร้างบันไดก่ออิฐถือปูนเพื่อเป็นทางสำหรับพระองค์และบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าไปเที่ยวชมและไหว้พระภายในถ้ำและเนื่องด้วยพระองค์ได้ทรงมีความรู้สมัยใหม่ในช่วงเวลานั้นทำให้เกิดการนำวิทยาการต่างๆมาพัฒนาภายในพื้นที่เมืองเพชรบุรีในหลายๆด้าน เช่น การสร้างถนน สะพาน ประปา สายล่อฟ้า ตึกแถว และการปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถานในเมืองตามที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น นอกจากนี้ได้ทรงซื้อที่ดินในบริเวณระหว่างเขาวังและเขาหลวง ที่เรียกกันว่า “ทุ่งเขาเทพพนมขวด” เป็นเนื้อที่ประมาณ 714 ไร่ 2 งาน เป็นเงิน 89 ชั่ง 14 ตำลึง 2 บาท 3 สลึง เพื่อใช้ส่งเสริมการทำนาและทำพิธีแรกนาตลอดจนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่จัดงานเทศกาลต่างๆ ดังเช่นที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานครเป็นต้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวเสด็จมาเมืองเพชรบุรีตั้งแต่พระองค์ยังทรงผนวชจนกระทั่งพระองค์ขึ้นครองราชย์ ตามเอกสารต่างๆได้บันทึกถึงช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จมายังเมืองเพชรบุรี ซึ่งสามารถรวบรวมได้ดังนี้

          ขณะที่พระองค์ทรงผนวชอยู่นั้นพระองค์ได้เสด็จมาเพชรบุรี เพื่อศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก โดยพระองค์ได้ธุดงค์และประทับ ณ เขาหลวง และได้ทรงเห็นว่าทั้งพระพุทธรูปและเจดีย์ภายในมีสภาพชำรุด จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพเดิม ดังปรากฏจากหนังสือออกญาสุรเสนา มีถึงพระยาเพชรบุรี เมื่อวันเสาร์ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง อัฐศก จุลศักราช 1218 (พ.ศ. 2399)

          ในปี พ.ศ. 2401 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายังเพชรบุรีโดยเป็นการเสด็จครั้งแรกภายหลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์สมบัติ ดังปรากฏในสารตราของเจ้าพระยาอัครมหาเสนา ถึง พระยาเพชรบุรี เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเมียสัมฤทธิศก ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2401 มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “...ให้พระยาเพชรบุรี กรมการ จัดแจงปลูกหลังพลับพลาที่ข้างหน้า ข้างในไว้สำหรับเสด็จพระราชดำเนินที่ค่าย ซึ่งพระยาเพชรบุรีทำไว้ที่ตำบลหนึ่ง ที่บางทะลุตำบลหนึ่ง อย่าให้นอนใจ เร่งรัดปลูกพลับพลาให้ทันกำหนดอย่าให้เสียราชการไปได้เป็นอันขาดทีเดียว แล้วให้พระยาเพชรบุรีแต่งตั้งกรมการดูร่องน้ำปักกรุยน้ำตื้นลึก ตั้งแต่ชายทะเลเข้าไปจนถึงบ้านแหลมและปากน้ำบางทะลุ แล้วให้ตัดฉายเจนหลักตอตามคลองน้ำอย่าให้กีดขวางทางเสด็จพระราชดำเนินได้...”

          วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2401 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเพชรบุรีเพื่อทอดพระเนตรถ้ำเขาหลวงโดยเสด็จทางชลมารคและได้ทรงประทับที่พลับพลาบนค่ายเขาหลวง เป็นเวลา 1 คืน (โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ มอบหมายให้พระยาราชบุรีและชาวราชบุรีมาสร้างถวายที่บนเขาและที่เชิงเขาทางทิศตะวันออก) และพระองค์ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชวังบนเขาสมน ตามคำกราบบังคมทูลของ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เพื่อเป็นพระราชวังประจำรัชกาลของพระองค์ นั่นคือ พระนครคีรีในปัจจุบันนั้นเอง

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2401 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเขามหาสมณ (พระนครคีรี หรือเขาวังในปัจจุบัน) แล้วเสด็จไปพักแรมที่พลับพลาค่ายหลวงบางทะลุ 1 คืน ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2401 จึงเสด็จกลับพระนคร

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสหัวเมืองตะวันตก ขบวนตามเสด็จมีเรือกลไฟประมาณ 6-7 ลำ

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2403 ได้เสด็จมาเมืองเพชรบุรีเป็นครั้งที่สองในปีนี้ เพื่อทอดพระเนตรการก่อสร้างพระนครคีรี

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2403 มีการแห่พระไปเมืองเพชรบุรี โดยพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ จำนวน 10 รูปจากวัดบวรฯ ได้แก่ พระสงฆ์รูปหนึ่งที่เป็นข้าหลวงเดิมในพระองค์ซึ่งเป็นชาวบางจานเมืองเพชรบุรี ออกไปครองวัดมหาสมณรามเป็นพระครูมหาสมณวงศ์และพระสงฆ์อีก 9 รูปพร้อมด้วยพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์ ได้เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครเมื่อวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 8

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2403 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีเป็นครั้งที่ 3

วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2403 หลังจากงานในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 56 พรรษาแล้วเสด็จมาเมืองเพชรบุรีโดยเรือพระที่นั่ง ลงวันที่ 23 ตุลาคม ว่าพระองค์เสด็จถึงปากน้ำตำบลบ้านแหลมเวลา 3 โมงเช้า ถึงพระนครคีรีเวลาบ่าย 2 โมง ทรงทอดพระกฐิน ณ วัดพระพุทธไสยาสน์และวัดมหาสมณาราม

          วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404 ได้เสด็จมาประทับ ณ “พระนครคีรี”ในปีนี้ดาวพุธเข้าดวงอาทิตย์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรบนพระนครคีรี เมืองเพชรบุรี และในปีเดียวกันนี้พระเจ้าแผ่นดินปรัสเซียได้ส่งทูตชื่อ คอลออย เลนเบิร์ต เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงวงศาธิราชสนิท จัดเรือแจวเรือพายให้ราชทูตที่มาเที่ยวเมืองเพชรบุรีเป็นจำนวนสองลำ ในขณะนั้นพระองค์เจ้าคัคณางยุคล (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร พระโอรสในรัชกาลที่ 4) ประทับอยู่ ณ พระนครคีรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงเพื่อทรงแจ้งให้ทราบว่าราชทูตปรัสเซียจะมาเที่ยวและพักผ่อนที่เมืองเพชรบุรี ขอให้จัดรถบริการด้วย ส่วนขากลับโปรดให้จัดเรือพระที่นั่งเสพย์สหายมารับที่เพชรบุรีเพื่อนำไปส่งเรือรบที่สันดอน ดังข้อความในพระราชหัตถเลขาถึง พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าคัคณางคยุคล (ซึ่งเสด็จไปเมืองเพ็ชรบุรีกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ปีระกา พ.ศ. 2404) ความว่า “...จดหมายมายังชายคัคณางคยุคลของพ่อให้ทราบ บัดนี้ราชทูตเมืองปรุสเซียเสียออกมาดูเมืองเพ็ชรบุรี ถ้าเขามาถึงแล้วจะต้องรับจับมือให้เขายินดี แล้วชวนพาเขาขึ้นไปเที่ยวดูบนพระนครคีรี แล้วจงพาเขาเข้าไปดูในห้องนี้โดยสมควรเถิด แต่จงกราบเรียนคุณศรีสุริยวงษ์ให้ท่านบังคับให้เฝ้าที่แลชาวที่มหาดเล็กเด็กชาไปกวาดแผ้วเสียก่อนอย่าให้รกรุงรัง แล้วให้มีผู้รักษาอย่าให้เงียบเหงาไปแลพาเขาไปเที่ยวตามทางบนเขาจนถึงพระเจดีย์พระนอนก็ได้ อนึ่งถ้าเขาจะไปเขาหลวงเขากระไดอิฐแลในเมือง ถ้ารถมีอยู่ใช้ได้ก็จงเอารถรับเขาเถิด...” ซึ่งสอดคล้องกับพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี ข้อความตอนหนึ่งว่า “...ฝ่ายกอนเอวแลนเบิก (ชื่อราชทูตปรัสเซีย-ผู้เขียน) ราชทูตปรูเซีย ขึ้นไปเที่ยวดูพระพุทธบาทกลับลงมาแล้ว ครั้น ณ วันพฤหัสบดี เดือน 3 ขึ้น 13 ค่ำ (ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404) ได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาไปเที่ยวเมืองเพชร์บุรี แล้วก็ลงเรือไปทีเดียว...”

          วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2405 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีด้วยเรือกลไฟ

          วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2405 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จกลับจากเมืองเพชรบุรี

          วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2405 เป็นวันที่เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร การเสด็จเมืองเพชรบุรีครั้งนี้ โปรดให้มีการจัดพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรบนพระนครคีรีและทรงบรรจุพระธาตุบนยอดเจดีย์บนเขามหาสวรรค์

          วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี พระองค์ประสงค์จะทอดพระเนตรป่าเขาในแขวงเมืองเพชรบุรี, เมืองราชบุรี เมืองกาญจนบุรีโดยเสด็จทางชลมารคตั้งแต่พระนครคีรีเป็นต้นไป รวมทั้งศึกษาวัดแดด วัดดาวและเส้นรุ้งเส้นแวง ตลอดจนความเป็นอยู่ของราษฎร ดังข้อความที่ได้ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี ตอนหนึ่งว่า “...แล้วทรงพระราชดำริว่า แขวงเมืองราชบุรี เมืองกาญจนบุรี ยังมิได้เสด็จไปทอดพระเนตรแลมีความพระราชประสงค์จะได้วัดแดดวัดดาวรู้ว่า ลัดติตูต (เส้นละติจูด-ผู้เขียน) ลอนติตูต (เส้นลองติจูด-ผู้เขียน) เท่าไหร่ จะได้ทราบว่าผู้รักษาเมืองกรมการทำนุบำรุงราษฎรเป็นสุข ฤๅได้ความเดือดร้อนประการใด จึ่งสั่งให้เจ้าพนักงานทำที่ประทับรอนแรมตามระยะทาง แลทางม้าล้อเกวียนเตรียมคอยรับเสด็จที่เมืองเพชรบุรี... ....ครั้น ณ วันจันทร์ เดือน 3 แรม 3 ค่ำ (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2407) ก็ทรงเรือพระที่นั่งอัคราชวรเดชไปประทับที่พระนคคีรี ”

          วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จยกพลพยุหยาตราทางสถลมารคจากพระนครคีรีมาประทับพักแรมที่บ้านทุ่งป่าคา (ปัจจุบันเรียกบ้านทุ่งคาหมู่ที่ 3 ตำบลต้นมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี)

          วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จถึงบ้านเขาย้อย ในช่วงเที่ยงทรงวัดแดดครั้งที่ 1 แล้วเสด็จต่อไปยังด่านบ้านบางน้ำิเค็ม เป็นจุดสิ้นเขตเมืองเพชรบุรีต่อจากนั้นจึงเสด็จเข้าเขตเมืองราชุบรี

          จากที่กล่าวไปในข้างต้นจึงทำให้เห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีหลายครั้ง และพระองค์ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองเพชรบุรีพัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาในด้านต่างๆ อันปรากฏเป็นพระบรมราชานุสรณ์มากมาย และในรัชสมัยต่อๆมาอาทิ รัชกาลที่ 5 และ 6 ก็ยังคงให้ความสำคัญกับเมืองเพชรบุรีและเสด็จมาประพาสอยู่เป็นระยะ อันเห็นได้จาก พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน และ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

 

อ้างอิง

กรมศิลปากร. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2552.

จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2347-2411. รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา, 2548.

ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสิทร์ รัชกาลที่ ๔. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2558.

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเมืองเพชร. เพชรบุรี: บริษัทเพชรภูมิการพิมพ์จำกัด, 2542. (อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์สายพิณ เปี่ยมสง่า วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2542).

 

บทความโดย

พนมกร นวเสลา

ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี