พระนครคีรี

คลังความรู้


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) กับ พระนครคีรี

|
1646 ครั้ง
|
blog_2

พระนครคีรี หรือ เขาวัง เป็นพระราชฐานที่สร้างขึ้นบนเขาสมณ หรือ เขามหาสวรรค์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 – 2405 รูปแบบสถาปัตยกรรมประกอบไปด้วย อาคารแบบไทยประเพณี เช่น วิหารวัดพระแก้วน้อย และแบบที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกผสมกับศิลปจีนซึ่งเป็นรูปแบบของอาคารส่วนใหญ่บนพระนครคีรีทั้งอาคารที่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และบุคคลชนชั้นสูง ได้แก่ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ ตลอดจนอาคารเดี่ยวที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบนอกอาคารพระที่นั่ง เช่น ทิมดาบองค์รักษ์ ศาด่านหน้า ศาลาด่านกลาง  โรงรถ โรงม้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานสถาปัตยกรรมแบบเขมร คือ พระปรางค์แดง ที่ตั้งอยู่บรเวณยอดเขาทางทิศตะวันออกของพระนครคีรี ซึ่งภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดที่จะเสด็จมาประดับอยู่บ่อยครั้งเนื่องในโอกาสที่พระองค์เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี ภายหลังการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2411 พระนครคีรีก็ยังคงถูกใช้เป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะในรัชสมัยของพระองค์ด้วยเช่นกัน อาทิ ดุ๊กโยฮัน อัลเบรกต์ (Duke Johon Alberkt) ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันชวิก (Brunswick) และเจ้าหญิง อลิสซาเบธ สโตลเบิร์ก รอชซาล่า (Princess Elizabeth Stolberk Rojsala) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2453

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี พ.ศ 2453 พระนครคีรีถูกปล่อยทิ้งร้างไม่ได้มีการใช้งานและการบูรณะใดๆปรากฏอยู่เลย จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) พระองค์เสด็จประพาสพระนครคีรีเมื่อวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช. 2496 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยในช่วงเช้า เวลา 09.53 น. พระองค์ได้เสด็จพระดำเนินไปยังวัดมหาธาตุ ทรงนมัสการพระประธานในพระอุโบสถ แล้วเสด็จประพาสวิหารคด เสด็จขึ้นบนพระปรางค์ทรงนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดเขาบันไดอิฐ ทอดพระเนตรถ้ำวัดเขาบันไดอิฐ จากนั้นเสด็จไปยังวัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ แล้วทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปจอดที่เชิงเขา “มไหศวรรย์” (พระนครคีรี) ทรงเปลี่ยนรถยนต์พระที่นั่งเป็นรถจิ๊ปพระที่นั่งเสด็จขึ้นเขาวัง และเสด็จเข้าสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 ในพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เสด็จขึ้นหอดูดาว แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งเพ็ชรภูมิไพโรจน์ เสด็จพระราชดำเนินกลับเมื่อเวลา 15.15 น. โดยประมาณ

ในครั้งนี้พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระนครคีรี ทรงเห็นความชำรุดทรุดโทรมของพระที่นั่งและอาคารต่างๆ จึงมีพระราชปรารภโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพไว้ ซึ่งต่อมากรมศิลปากรได้เข้ามาดำเนินการบูรณะในปี พ.ศ. 2497 ซึ่งนับเป็นการบูรณะครั้งแรกภายหลังจากที่พระนครคีรีถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี (ขณะเดียวกันกรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจและประกาศขึ้นทะเบียนพระนครคีรี เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 ตอนที่ 78 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช. 2478 แต่ไม่ได้มีการบูรณะแต่อย่างใด)

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2505 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปในการพระราชพิธีฉลองสมโภชพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี (เนื่องด้วยพระบรมรูปองค์เดิมซึ่งปั้นโดยพระยาหัตถการบัญชาตำแหน่งจางวางสิบหมู่ในขณะนั้นเป็นผู้ปั้นแทนพระบรมรูปที่ฝรั่งเศสส่งมาถวาย ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาทนั้นมีสภาพชำรุดจากการเกิดอสุนีบาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจึงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปด้วยโลหะขึ้นทดแทน ส่วนพระบรมรูปองค์เดิมประดิษฐานอยู่ที่ตำหนักเพ็ชร ในวัดบวรนิเวศวิหาร)

และเมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดพระพุทธไสยาสน์ จังหวัดเพชรบุรี เสด็จพระราชดำเนินเข้าวิหารพระพุทธไสยาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ แล้วทอดพระเนตรบริเวณวัดตามพระราชอัธยาศัย เสร็จแล้วเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าฯ รับเสด็จฯ อยู่ในบริเวณนั้น ต่อจากนั้นเสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังวัดสระบัว ทรงนมัสการพระพุทธรูปในพระอุโบสถ แล้วทอดพระเนตรพระอุโบสถและโบราณสถานในบริเวณพระอุโบสถ ภายหลังจากนั้น เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งขึ้นบนพระนครคีรีบนเขามไหสวรรค์ เทียบรถยนต์พระที่นั่งบริเวณศาลาลูกขุน เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วเสด็จฯ ไปพระที่นั่งราชธรรมสภา เสวยพระกระยาหารกลางวัน ประทับพระราชอิริยาบถแล้วเสวยพระสุธารส เวลา 17.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระธาตุจอมเพ็ชร บนเขามไหศวรรย์ ยอดที่2 เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระบรมธาตุและทรงสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินประทักษิณพระธาตุจอมเพ็ชรถ้วน 3 รอบแล้วเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรโบราณสถาน ณ วัด พระอุโบสถพระแก้ว ซึ่งอยู่ในบนยอดเขาทางทิศตะวันออกแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ถึงพระราชวังไกลกังวล เมื่อเวลา 20.05 น.

          ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ที่ได้ทรงมีพระราชปรารภถึงการบูรณะฟื้นฟูพระนครคีรีจากสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม ภายหลังจากที่ถูกทิ้งร้างไปเมื่อปี พุทธศักราช 2497 นั้น ได้ทำให้พระนครคีรีกลับมามีสภาพที่งดงามสมกับที่เป็นพระราชวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์และกลายเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรีมาจนถึงปัจจุบัน

 

อ้างอิง

กรมศิลปากร. พระนครคีรี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2530.

สำนักราชเลขาธิการ. ประมวลพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๘๙-๒๕๑๐ (เล่ม 1). กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2552.

สำนักราชเลขาธิการ. ประมวลพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๘๙-๒๕๑๐ (เล่ม 4). กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2552.

ปภาณิน เกษตรทัต. เบื้องหลังรูปเคารพ คติความเชื่อรูปแทนบุคคลในสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, 2558.

 

บทความโดย

พนมกร นวเสลา

ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี