พระนครคีรี

คลังความรู้


พระพุทธรูปจำลองบนพระนครคีรี : พระนิรันตราย (จำลอง)

|
702 ครั้ง
|
blog_2

พระนิรันตราย (จำลอง) เป็นพระธานประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดพระแก้วน้อย บนยอดเขาทางทิศตะวันออกของพระนครคีรี (เขาวัง) พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันออก พระนิรันตรายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของงานศิลปกรรมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ (รัชกาลที่ 4) กล่าวคือ ประวัติแต่เดิมของพระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปทองคำสมัยทวารวดี (หล่อด้วยทองคำเนื้อหก หน้าตัก3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว) โดยกำนันอินแขวงเมืองปราจีนบุรี ได้ค้นพบที่ชายป่าดงพระศรีมหาโพธิ์ (เมืองดงพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี) เมื่อ พ.ศ. 2399 แล้วนำมาส่งให้พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา แล้วจึงได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 4 ในวันพระฤกษ์เฉลิมพระราชมณเฑียรสีตลาภิรมย์ ซึ่งเรื่องราวการขุดค้นพบพระนิรันตรายนั้น ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี ในหัวข้อ “ขุดได้พระพุทธรูปนิรันตราย” ดังความว่า

“อนึ่ง พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ ปลัดเมืองฉเชิงเซาขุดได้พระพุทธรูปนั่งสมาธิที่ดงมหาโพธิองค์หนึ่ง ทองคำหนัก ๕ ตำลึง พระราชทานรางวัลเป็นเงินตรา ๔ ชั่ง ชื่อว่า พระนิรันตราย แลเป็นรูปพระไสยสาตร์ เป็นรูปพระศรีวลึงบ้าง แก้วผนึกบ้าง เป็นของคนโบราณซึ่งจมอยู่ในแผ่นดิน ก็มีคนขุดได้ด้วยพระบารมี...”

และรัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานเงินตรา 7 ชั่ว (560 บาท) เป็นรางวัลและมีพระบรมรามชโองการให้ช่างทำฐานเงินกะไหล่ทอง ประดิษฐานไว้ จนเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระในพระอภิเนาว์นิเวศน์ จึงโปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐานในหอพระรวมกับพระพุทธองค์สำคัญอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 7 องค์ อย่างไรก็ตามในหนังสือ “ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้บันทึกไว้ว่า พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานไว้ในหอพระเสถียรธรรมปริตร และรอดพ้นจากการถูกโจรกรรมถึง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2403) รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชรครอบอีกชั้นหนึ่ง หน้าตักกว้าง 5.5 นิ้ว หล่อด้วยทองคำ และพระราชทานพระนามว่า “พระนิรันตราย” ตามบันทึกในสาสน์สมเด็จ เล่ม 4, 2515 หน้า 73-74 ว่า “ทรงพระราชดำริว่าเป็นพระมีอภินิหาร เพราะผู้ขุดได้ไม่เอาไปทำลายขายเนื้อทองคำเอาเป็น ประโยชน์ จึงทรงขนานนามว่า พระนิรันตราย” ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ “ให้หล่อพระพุทธรูป ตามแบบรัชกาลที่ ๔ ครอบไว้อีกองค์ ๑ แต่ไม่มีเรือนแก้ว คงเอาชื่อองค์ด้านในมาเรียกรวมกับองค์นอก จึงเรียกว่าพระนิรันตราย” ประดิษฐานที่หอพระสุลาลัยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้อัญเชิญพระนิรันตรายประดิษฐานในพระแท่นมณฑลในพระราชพิธีต่างๆ อาทิ พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ (พิธีที่เกี่ยวข้องกับไล่ผีหรือสิ่งไม่ดีในปีเก่าให้หมดไปในปีใหม่ของคนไทยแต่เดิมในเดือน 5), พระราชพิธีสงกรานต์ ฯลฯ เป็นต้น

พระนิรันตรายมีรูปแบบทางศิลปกรรมที่มีลักษณะเฉพาะในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 คือการทำพระพุทธรูปกึ่งสมจริง กล่าวคือ การทำจีวรเป็นริ้วแบบธรรมชาติ การครองสังฆาฏิแผ่นใหญ่เหมือนตามความเป็นจริง (โดยสังฆาฏิของพระนิรันตรายจะใหญ่และเหมือนจริงมากกว่า หากเปรียบเทียบกับพระสัมพุทธพรรณี) ซึ่งเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างรูปแบบของพระพุทธรูปกับแนวคิดแบบสัจนิยม ซึ่งแตกต่างไปจากแนวคิดแบบอุดมคติโบราณ (คติเกี่ยวกับลักษณะของมหาบุรุษ 32 ประการหรือมหาปุริสลักษณะ) หรือกล่าวอย่างง่ายคือ พระพุทธรูปในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้มีความสมจริงใกล้เคียงกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปมากขึ้น อาทิ การทำจีวรริ้วเป็นริ้วธรรมชาติดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้น และลักษณะเฉพาะที่สำคัญประการหนึ่งของพระพุทธรูปในช่วงเวลานี้คือ “ไม่มีอุษณีษะ” พระรัศมีนั้นจะต่อกับพระเกศา พระกรรณ(หู)สั้นเหมือนจริง อย่างไรก็ตามการตีความของนักวิชาการบางท่านได้เสนอว่า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบพระพุทธรูปในช่วงเวลานี้มิได้เกิดจากการนำเอาอิทธิพลตะวันตกมาปรับใช้ หรือการตีความในพระไตรปิฏกของพระวชิรญาณ (รัชกาลทื่4) แต่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของชนชั้นนำในขณะนั้นเกี่ยวกับการมองพระพุทธเจ้ามีลักษณะที่เป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมแล้วมีลักษณะที่เหมือนกับพระสัมพุทธพรรณี แต่ต่างตรงที่พระนิรันตรายจะเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ส่วนพระสัมพุทธพรรณีจะเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ

นอกจากนี้ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระนิรันตราย พระราชทานไปตามวัดต่างๆ ในธรรมยุตินิกาย 18 แห่ง โดยหล่อด้วยสำริดกะไหล่ทอง ด้านหลังมีเรือนแก้วพุ่มมหาโพธิ์ มีอักษรขอมจำหลักไว้ในวงกลีบบัว ยอดเรือนแก้วมีรูปมหามงกุฎ ฐานด้านล่างของพระพุทธรูปทำด้วยสำริดเป็นที่สำหรับรับน้ำสรงพระ มีท่อเป็นรูปศีรษะโคแสดงถึงพระโคตรของพระพุทธองค์ คือ "โคตมะ" พระพุทธรูปซึ่งทรงหล่อใหม่นี้มีจำนวนทั้งหมด 18 องค์ ซึ่งเท่ากับจำนวนปีที่พระองค์ครองราชย์สมบัติในขณะนั้น แต่ถึงกระนั้นพระราชดำริของพระองค์ยังมิทันสำเร็จก็ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จึงทรงดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น โดยพระราชทานไปตามพระอารามหลวงธรรมยุกตินิกายวัดละองค์ อาทิ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดนิเวศธรรมประวัติและวัดเขมาภิรตาราม เป็นต้น สำหรับ พระนิรันตราย (จำลอง) ที่พระนครคีรี เป็นพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นใหม่ เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสามองค์ซึ่งทางจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (อีกสององค์คือ พระไพรีพินาศจำลอง ประดิษฐาน ณ พระปรางค์แดงและพระพุทธสุวรรณเขต ประดิษฐานอยู่ในหอพิมานเพชรมเหศวร์) เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ เป็นปีเดียวกับที่มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี

 

อ้างอิง :

 

กรมศิลปากร. พระพุทธรูปสำคัญ. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2545.

ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสิทร์ รัชกาลที่ ๔. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2558.

พิริยะ ไกรฤกษ์. ลักษณะไทย. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.จำกัด (มหาชน), 2551.

พิชญา สุ่มจินดา. ถอดรหัสพระจอมเกล้า. กรุงเทพฯ: มติชน, 2557.

ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์ : พัฒนาการของงานช่างและแนวคิดที่ปรับเปลี่ยน. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2556.

.___________. พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2554.

 

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เมื่อวันที่12 พค 2560

ผู้ให้ข้อมูล

๑.นายอนุชิต วิริยะสกุล ยามรักษาการณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปฏิบัติงาน ณ พระนครคีรี 2503 – ปัจจุบัน

๒.นายพุด อินทเสม คนงาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปฏิบัติงาน ณ พระนครคีรี 2528 – ปัจจุบัน (เป็นผู้ปั้นแต่งฐานสำหรับประดิษฐานพระไพรีพินาศ ณ พระปรางค์แดง)

๓.นางยุพา  อินทเสม คนงาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปฏิบัติงาน ณ พระนครคีรี 2532 – ปัจจุบัน

๔.นายสมจิตร  เรืองทิพย์  เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปฏิบัติงาน ณ พระนครคีรี 2539 – ปัจจุบัน

 

บทความโดย

พนมกร นวเสลา

ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี